Shipping จีน รับมืออย่างชาญฉลาด เมื่อบริษัทชิปปิ้งขึ้นอัตราบริการ

Shipping จีน รับมือแบบฉลาด_papershippingWEB shipping จีน Shipping จีน รับมืออย่างชาญฉลาด เมื่อบริษัทชิปปิ้งขึ้นอัตราบริการ                                         papershippingWEB

Shipping จีน ธุรกิจขนส่งที่ต้องมีการปรับตัวและรองรับความต้องการของจำนวนผู้ค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงไปทุกๆ ปี

โดยในแต่ละปีนั้น ผู้ให้บริการชิปปิ้งอาจมีการปรับการให้บริการบางอย่าง เช่น ขยายพื้นที่จัดส่งในไปเขตที่ห่างไกลขึ้น หรือเพิ่มจำนวนรถ/เรือ ตลอดจนลดระยะเวลาการขนส่งให้สั้นลง

ทั้งนี้ การอำนวยความสะดวกให้กับผู้บริโภคนั้น อาจมีค่าธรรมเนียมพิเศษที่เกิดขึ้นตามมา

ยกตัวอย่าง เช่น ผู้ให้บริการขนส่งแบรนด์ชั้นนำของโลกอย่าง UPS และ FedEx ซึ่งปีที่ผ่านมา มีรายได้สูงสุดเป็นอันดับที่ 2 และ 3 ของโลกรองจาก DHL โดยในปีนี้ FedEx ได้ประกาศให้มีการขยายเปลี่ยนแปลงค่าบริการบางอย่าง เช่น ขยายพื้นที่บริการ และคิดราคาจัดส่งเพิ่มขึ้น 25% จากเดิม 140 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มเป็น 175 ดอลาร์สหรัฐ และขึ้นราคาแพ็คเกจที่ไม่ได้รับอนุญาตจาก FedEx Ground เดิมคือ 675 ดอลลาร์สหรัฐ/แพ็คเกจ เพิ่มเป็น 875 ดอลลาร์สหรัฐ/แพ็คเกจ

                ในขณะที่ UPS มีค่าธรรมเนียมเรียกเก็บเงินสำหรับแต่ละคำขอ เพื่อเปลี่ยนบัญชีการเรียกเก็บเงินสำหรับการจัดส่ง และค่าธรรมเนียมสำหรับหีบห่อที่มีของต้องห้ามหรือของต้องกำกัด รวมไปถึงเกณฑ์น้ำหนักสำหรับการใช้ค่าธรรมเนียม จะถูกลดลง 70 ปอด์เป็น 50 ปอนด์ สำหรับบริการภาคพื้นดินของ UPS และ UPS Air แล้วผลกระทบของอัตราบริการเหล่านี้มีผลต่อผู้ค้าปลีกอย่างไร?

แม้ผู้ค้าปลีกจะตระหนักถึงอัตราค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้น แต่ก็แลกมาด้วยมาตรการที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หากก็ยังเป็นสิ่งที่พวกเขารู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อย เนื่องจากอัตราเหล่านี้มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับค่าใช้จ่ายที่ถูกเพิ่มเข้ามาในบิลขนส่งตั้งแต่ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา แล้วจะทำอย่างไรให้ผู้ค้าปลีกได้รับผลกระทบน้อยที่สุด จากการขึ้นราคาของบริษัทชิปปิ้งหรือ Shipping จีน

  1. ลิสต์ชื่อบริษัทขนส่ง ค่าบริการขนส่ง และความน่าเชื่อถือของบริษัท แล้วนำมาสรุปข้อมูลว่าผู้ให้บริการรายใดทำงานได้ดีที่สุดสำหรับการใช้บริการ
  2. ยิ่งกล่องพัสดุภัณฑ์มีขนาดใหญ่เท่าใด นั้นหมายความต้องมีค่าใช้จ่ายบริการมากขึ้นเท่านั้น แต่คุณอาจไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายในการจัดการหรือดำเนินการเพิ่มเติม หากบรรจุสิ่งของให้ถูกต้องตามเงื่อนไขของบริษัทนั้นๆ
  3. วิเคราะห์ประสิทธิภาพของผู้ให้บริการและขอรายละเอียดข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงาน เช่น ประสบการณ์การจัดส่งที่ผ่านมา หรือความรับผิดชอบในกรณีที่พัสดุเกิดการสูญหายหรือล่าช้า ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้นี่เอง จะทำให้สามารถควบคุมอัตราค่าจัดส่งและช่วยให้คุณสามารถเจรจาต่อรองในอัตราค่าบริการที่ดีกว่า
  4. หากต้องการขนส่งในปริมาณมาก ควรเลือกขนส่งที่ให้บริการแบบถูกต้องตามกฎหมาย มีเอกสารนำเข้าสินค้าอย่างถูกต้องครบถ้วน เพื่อลดความเสี่ยงจากการถูกจับและถูกปรับในอนาคต อาทิ Papershipping ที่รองรับการนำเข้าสินค้าจากจีนสำหรับบริษัทหรือผู้ประกอบการที่ต้องการนำเข้าสินค้าจากจีนในปริมาณมาก
  5. ศึกษาเงื่อนไขการให้บริการในส่วนของสิทธิ์ที่ผู้ใช้บริการพึงได้รับ ในกรณีที่เกิดปัญหาหรือการขนส่งที่ล้มเหลว

อ้างอิงข้อมูล https://www.lateshipment.com/blog/shipping-rate-increase-fedex-ups/