ชิปปิ้ง (Shipping) ธุรกิจขนส่ง เป็นการขนส่งที่ยั่งยืนได้จริงหรือ ?

ชิปปิ้ง ธุรกิจขนส่ง ยั่งยืนจริงหรือ_PapershippingWEB ชิปปิ้ง ชิปปิ้ง (Shipping) ธุรกิจขนส่ง เป็นการขนส่งที่ยั่งยืนได้จริงหรือ ?                                                                                 PapershippingWEB

ชิปปิ้ง ธุรกิจการขนส่ง ที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในธุรกิจเสี่ยงในการปล่อย CO2 (คาร์บอนไดออกไซด์) สูงสุดกว่าธุรกิจอื่นใดในโลก จึงส่งผลให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีแนวคิดที่จะพัฒนาธุรกิจชิปปิ้ง ให้กลายเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนในปี 2020

แล้วจะเป็นไปได้จริงหรือ ? วันนี้ Papershipping มีข้อมูลที่ช่วยไขความกระจ่างมาบอกกล่าว

ธุรกิจชิปปิ้งกำลังทำอะไรเพื่อช่วยโลก?

นี่เป็นคำถามที่ผู้บริโภคถามกันมากขึ้นเรื่อยๆ เกี่ยวกับแบรนด์ที่พวกเขาเลือกใช้บริการ และมีส่วนร่วมที่จะรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร?

หากพูดถึงการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ตามตัวเลขจากแผนกธุรกิจกลยุทธ์พลังงานและอุตสาหกรรมปี 2019 การขนส่งคิดเป็น 33% ของการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ทั้งหมดในสหราชอาณาจักร โดยส่วนแบ่งของ Lion’s มาจากการขนส่งทางถนน

ในขณะที่เราไม่สามารถหยุดเศรษฐกิจโลกที่ต้องพึ่งพาการขนส่งสินค้าได้ แต่เราสามารถส่งเสริมให้เป็นธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้ นั่นคือเหตุผลที่ทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือกมากขึ้น ในการเลือกใช้บริการชิปปิ้งที่มีแนวคิดทำธุรกิจขนส่งเพื่อยั่งยืนในปีนี้

เหตุใดการขนส่งที่ยั่งยืน จึงเป็นแนวคิดทางธุรกิจที่ดี?

ภายในปี 2021 Statista ได้ประมาณการว่า 93% ของผู้ใช้อินเตอร์เน็ตในสหราชอาณาจักร จะทำกิจกรรมช็อปปิ้งออนไลน์สูงสุดในยุโรป โดยสันนิษฐานจากยอดขายออนไลน์เมื่อปี 2012 ที่เคยเฟื่องฟูจาก 33 พันล้านปอนด์ กลายเป็น 76 พันล้านปอนด์ในปี 2019 ด้วยจำนวนคำสั่งซื้อที่สูงลิ่ว ทำให้ต้องพึ่งพาอาศัยการขนส่งสินค้าบนท้องถนน ซึ่งเท่ากับว่าจะมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศสูงขึ้นตามไปด้วย

อาจเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงว่ามันได้ส่งผลกระทบต่อมหาสมุทรจนกลายเป็นทะเลมีพิษ และสิ่งมีชีวิตไม่อาจดำรงอยู่ได้ ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้ จึงจำเป็นต้องหาจุดกึ่งกลางที่เหมาะสมของการเติบโตทางธุรกิจและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม นั่นคือ การหาวิธีที่ยั่งยืน

นอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเราทุกคนต่างมีหน้าที่ที่เป็นส่วนหนึ่งในการรับผิดชอบ การสำรวจโดยส่วนใหญ่ในสหราชอาณาจักร สหรัฐอเมริกา ออสเตรเลีย และจีน โดย J.Walter Thompson Intelligence พบว่า 83% มักเลือกแบรนด์ที่มีประวัติการให้บริการที่ยั่งยืน และ 70% ยินดีจ่ายเงินเพิ่มสำหรับบริการที่ยั่งยืนและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

แบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกหลายแห่ง ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงตามความคาดหวังของผู้บริโภค ด้วยการยกระดับการให้บริการที่ยั่งยืน ขณะเดียวกัน บริการจัดส่งสินค้า UPS ได้เปิดตัวยานพาหนะไฟฟ้าขนาดเล็กที่มีการปล่อยไอเสียเป็นศูนย์ และสาธารณูปโภคอ้างว่า มีแบรนด์ที่ยั่งยืน 26 แห่ง รวมถึง Dove, Knorr และ Vaseline ซึ่งเติบโตกว่าธุรกิจอื่นๆ ของปีที่แล้วถึง 46%

โอกาสทางธุรกิจกับการขนส่งที่ยั่งยืน

 ผู้เริ่มต้นธุรกิจชิปปิ้งบางราย ได้มีการเปิดตัวกลุ่มยานยนต์สีเขียว เช่น Green Courier ซึ่งเชื่อว่าเป็นยานพาหนะที่มีการปล่อยไอเสียต่ำ, รถตู้ไฟฟ้า, จักรยานยนต์ และรถยนต์ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมโดยเฉพาะมากที่สุดในสหราชอาณาจักร ปัจจุบันมี Ecofleet ตั้งอยู่ในกรุงลอนดอน เป็นการให้บริการจัดส่งโดยใช้ยานพาหนะไฟฟ้าที่มีคาร์บอนเป็นกลาง และเป็นระบบขนส่งสินค้าจากคลังสินค้าให้กับลูกค้า อย่างไรก็ตาม Ecofleet มีซอฟต์แวร์ในการกำหนดเส้นทางการจัดส่งที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง

ในขณะที่ผู้ให้บริการขนส่งระยะไกล ที่ต้องการปฏิวัติเป็นระบบขนส่งสีเขียว อาจต้องใช้เงินทุนจำนวนมากกว่า เพื่อการก้าวเข้าสู่แนวคิดทางธุรกิจที่ยั่งยืน โดยเฉพาะในเรื่องของการพัฒนาซอฟต์แวร์ ที่จะช่วยเพิ่มความยั่งยืนของการขนส่ง อย่างไรก็แล้วแต่ มันไม่ใช่เพียงแค่การจัดส่งเท่านั้น แต่ต้องคิดถึงการขนส่งที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย The Green Commute Initiative (GCI) เป็นองค์กรทางสังคมที่สนับสนุนให้ผู้โดยสารละทิ้งการใช้รถยนต์ และขี่จักรยานไปทำงาน หรือมียานพาหนะไฟฟ้าของ Octopus ซึ่งให้บริการเช่ารถยนต์ตามสัญญาเช่าซื้อและใช้ Go Green Car Scheme (โครงการรถสีเขียว) ส่วนในฐานะผู้บริโภค สิ่งที่คุณจะช่วยโลกได้คือการซื้อผลิตภัณฑ์ และบริการในท้องถิ่น เพื่อลดผลกระทบของการขนส่ง

โลกเปลี่ยนได้ เมื่อทุกคนร่วมมือ

Shannon Diett รองประธานฝ่ายการตลาที่ DHL Express UK แสดงความคิดเห็นไว้ว่า “การพัฒนาที่ยั่งยืนได้กลายเป็นองค์ประกอบพื้นฐานของความสำเร็จในเชิงพาณิชย์ และการเริ่มต้นธุรกิจจำนวนมากก็กำลังมุ่งไปสู่ความใส่ใจในด้านสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ขณะเดียวกันผู้บริโภคเองได้ตระหนักมากขึ้นเกี่ยวกับการตัดสินใจและผลกระทบที่พวกเขามี

“เช่นเดียวกับการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตที่สำคัญ ผู้คนยังต้องการให้มีส่วนร่วมง่ายๆ ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปใช้ผู้ให้บริการพลังงานสีเขียว ทำการบริจาคเพื่อการกุศลที่จุดชำระเงิน หรือเลือกใช้ตัวเลือกการจัดส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม”

ในปี 2006 DHL Express UK ได้เป็นผู้นำในการลดผลกระทบของการขนส่งด้วยการเปิดตัวบริการ GoGreen Cabon Neutral ซึ่งช่วยต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยการชดเชยการปล่อยมลพิษจากการขนส่ง ตั้งแต่นั้นมา จึงได้เห็นความต้องการผลิตภัณฑ์และบริการของ GoGreen ที่เพิ่มขึ้นจากบริษัททุกขนาด

เมื่อธุรกิจจำนวนมากตระหนักถึงความจำเป็นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พวกเขาจึงแข่งขันกันนำเสนอทางเลือกให้บริการแก่ลูกค้าเพื่อส่งมอบสินค้าที่เป็นมิตรสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย

อ้างอิงข้อมูล https://startups.co.uk/business-ideas-sustainable-transport/